ดอกสัก

ดนตรีและนาฏยกรรมล้านนา


ทั้งหมด 5 รายการ
 
 
กลองหลวง
กลองหลวง

กลองหลวงเป็นกลองหน้าเดียวมีขนาดใหญ่เเละยาวมากอาจกล่าวได้ว่าเป็นกลองที่มีขนาดใหญ่เเละยาวที่สุดของประเทศไทยก็ว่าได้กลองหลวงเดิมนั้นเป็นที่นิยมกันในหมู่ชาว"ไทยอง"หรือเรียกอีกอย่างว่า"กลองห้ามมาร"อาจเนื่องจากเป็นกลองที่ใช้ตีสำหรับเวลามีงานบุญที่ยิ่งใหญ่เช่นงานสมโภชพระธาตุงานปอยหลวงเป็นต้นงานเหล่านี้จะมีการนิมนต์พระอุปคุตซึ่งใช้หินจากแม่น้ำเป็นตัวแทนมาไว้ที่หออุปคุตในบริเวณจัดงานเพื่อห้ามมิให้เหล่ามารเข้ามาทำลายพิธีงานบุญได้เเละในการเเห่ก็จะใช้กลองหลวงด้วย ข้อมูล:สารานุกรมวัฒนธรรมภาคเหนือเล่มที่3
เผยแพร่เมื่อ 12 พฤศจิกายน 2563 • การดู 735 ครั้ง
วงกลองล้านนา แผ่น4
วงกลองล้านนา แผ่น4

วงกลองล้านนา LannaPercussionMusicแผ่น4 สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม   เต่งถิ้ง วงเต่งถิ้งเป็นวงดนตรีประเภทปี่พาทย์เครื่องดนตรีทุกชิ้นมีเสียงดังมากประกอบด้วยเครื่องเป่าและเครื่องตีเครื่องเป่าเป็นเครื่องเป่าประเภทปี่ที่เรียกว่า“แน”มี2เลาด้วยกันคือแนหน้อย(ขนาดเล็ก)และแนหลวง(ขนาดใหญ่)ส่วนเครื่องตีไก่ระนาดเอกระนาดทุ้ม(เรียก-ป้าดไม้)ระนาดเอกเหล็ก(เรียกป้าดเหล็ก)ฆ้องวงใหญ่(เรียกกลองป่งโป้ง)และกลองใหญ่คล้ายตะโพนมอญ(เรียกกลองเต่งถิ้ง)ชื่อวง“เต่งถิ้ง”ได้จากเสียงกลองใหญ่ที่ดัง“เต่ง-ถิ้ง”โอกาสที่บรรเลงมีหลายโอกาสได้แก่งานบุญงานวัดแห่ขบวนงานศพงานฟ้อนผีนอกจากนี้ยังใช้บรรเลงประกอบการชกมวยการฟ้อนเชิงฟ้อนดาบและฟ้อนม่านมุ่ยเชียงตาอีกด้วย มองเซิง มองเซิงเป็นวงกลองพื้นบ้านของชาวไทยใหญ่เป็นที่นิยมกันในจังหวัดแม่ฮ่องสอนเชียงใหม่ลำพูนและลำปางคำว่า”มอง”หมายถึงฆ้องและ”เซิง”หมายถึงชุด“มองเซิง”คือ”ฆ้องชุด”ซึ่งมักใช้ฆ้องตั้งแต่5-9ใบใช้ฉาบขนาดใหญ่ตีประกอบส่วนกลองใช้กลองมองเซิงซึ่งเป็นกลางสองหน้าไม่ติดถ่วงมีลักษณะคล้ายตะโพนมอญแต่น้ำหนักเบากว่าวงมองเซิงใช้ประโคมในงานบุญของวัดขบวนแห่นาคสามเณรที่ล้านนาเรียก“ลูกแก้ว”ไทใหญ่เรียก”ส่างลอง”ขบวนแห่ครัวทานและประกอบการฟ้อนพื้นเมือง ปูเจ่ ปู่เจ่เป็นชื่อของกลองชนิดหนึ่งเรียกต่างกันไปเช่นปั๊ดเจ่อุเจ่อู่เจ่เป็นต้นเดิมนิยมเล่นในหมู่ชาวไทยใหญ่ซึ่งเรียกกลองชนิดนี้ว่า“กลองก้นยาว”เครื่องประกอบจังหวะของกลองปูเจ่มีฉาบขนาดกลาง1คู่ฆ้องประมาณ3-6ใบใช้ตีในขบวนแห่ตีประกอบการฟ้อนเชิงที่ชาวไทยใหญ่เรียก“ก้าลาย”และการฟ้อนดาบที่ชาวไทยใหญ่เรียก“ก้าแลว” ตึ่งนง ตึ่งนงเป็นวงดนตรีที่ประกำอบด้วยเครื่องเป่าและตีเครื่องเป่าได้แก่“แน”มี2เลาคือแนหน้อยและแนหลวงเครื่องตีได้แก่ฆ้องขนาดใหญ่(เรียกก๊องอุ้ย)ฆ้องขนาดกลาง(เรียกก๊องโหยง)ฉาบใหย่(เรียกสว่า)กลองขนาดเล็กหุ้มสองหน้าที่เรียกว่า“กลองตะหลดปด”และกลองแอวชื่อวงตึ่งนงได้มาจากเสียงกลองแอวที่มีเสียง”ตึ่ง”รับกับฆ้องที่มีเสียง“นง”ใช้ประโคมในงานบุญของวัดขบวนแห่ครัวทานและประกอบการฟ้อนเล็บ สะบัดชัย สะบัดชัยเป็นชื่อของกลองประเภทหนึ่งแต่เดิมใช้ตีเป็นสัญญาณบอกเหตุเป็นสัญญาณโจมตีข้าศึกและตีในงานรื่นเริงต่อมาใช้ตีเป็นพุทธบูชาและประโคมในงานบุญของวัดนอกจากนี้ยังพบว่า“สะบัดชัย”เป็นชื่อทำนองที่เรียกว่า”ระบำ”ในการตีกลอง“ปูจา”(ออกเสียงปู๋จา)อีกด้วย กลองสะบัดชัยที่มีคานหามในปัจจุบันพัฒนามาจากการย่อส่วนของกลองปูชาเพื่อให้มีน้ำหนักเบาสะดวกในการหามการย่อส่วนตอนแรกย่อเหมือนของเดิมกล่าวคือมีกลองเล็กอีก2-3ใบที่เรียกว่า“ลูกตูบ”มีไม้ไผ่ที่มีลักษณะบางตีประกอบจังหวะเรียกว่า“ไม้เสะ”ภายหลังเมื่อมีการใช้ชั้นเชิงและลีลาการต่อสู้ซึ่งใช้อวัยวะที่เป็นอาวุธของผู้ตีเข้าไปด้วยจึงตัดลูกตูบและไม้เสะออก การตีกลองสะบัดชัยในปัจจุบันใช้กลองใหญ่ขนาดพอห้ามได้1ใบฉาบขนาดกลางและฆ้องตั้งแต่2-9ใบลีลาในการตีมีการใส่ชั้นเชิงในการต่อสู้และความสามารถใช้อวัยวะที่เป็นอาวุธเช่นศอกเข่าเท้าหมัดตีประกอบด้วยโอกาสที่ตีส่วนใหญ่จะตีในขบวนแห่ ถิ้งบ้อม ถิ้งบ้อมชื่อวงกลองประเภทหนึ่งมีลาลีในการตีกระชับและเร้าใจเครื่องตีประกอบด้วยกลอง(คล้ายกองยาวภาคกลาง)3-5ใบกลองสองหน้าที่เรียก“กลองตัด”1ใบฉาบขนาดกลาง1คู่ฉาบเล็กที่เรียก”ฉาบล่อ”1คู่ สิ้งหม้อง สิ้งหม้องเป็นชื่อของวงกลองประเภทหนึ่งซึ่งมีลีลาในการตีง่ายๆไม่ซับซ้อนเครื่องตีประกอบด้วยกลองสิ้งหม้องฉาบขนาดกลางและฆ้อง3-5ใบใช้ตีในขบวนแห่ครัวทานตีประกอบการฟ้อนเชิงฟ้อนดาบและขบวนแห่ทั่วไป   LannaPercussionMusicDisc4 Producedby:TheCenterforthePromotionofArtsandCulture,ChiangMaiUniversity Supportedby:-Dr.SantiPongpandecha,ChairmanofChiangMaiUniversityPromotionCommittee TourismAuthorityofThailand:Northoffice,Region1 Teng–ting ThispieceofMusicisplayedbyloudwindandpercussioninstrumentsincludingxylophonesandalarge-sizeddrumcalledteng-ting.Itisusuallyplayedinvariousreligiousceremoniesandisalsousedtoaccompanythemartialartsdances. Mong-soeng ThisisthetraditionalmusicoftheShanswhichispopularinMaeHongSon,ChiangMai,LamphunandLumpangprovinces.Mongreferstogongsandsoengmeansaset.Togetheritmeansasetofgongwhichisplayedtogetherinsetsof5to9pieces.Itisoftenplayedinmeritmakingeventincludingordinationceremonies. Pu-che Pu-cheisthenameofalongdrumthatiswidelyusedbytheShans.Thispleceisplayedtoaccompanymartialartsdances. Tueng-nong Thisisasetofwindandpercussioninstrumentsincludingalarge-sizedgongcalledgong-ui.Itisusedtoaccompanyfingernailandcandledancesortoleadamerit-makingprocessiontothetemple. Sabat-chai Sabat-chaiisthenameofonetypeofdrumoriginallyusedtosignalanenemyattackandothers.Atthepresenttimeitisplayedonauspiciousoccasionsinthetemplewithlivelyandartfuldrummerswhostylizethedrummingwiththemartialartsdances. Thing-bom Thing-bomisanotherpercussiontypeofmusicthatisplayedatafastandlivelytempo. Sing-mong Sing-mongisatypeofdrumthatdoesnotrequireelaboraterhythm.Itisusedtoaccompanysworddancesandalsotoleadprocessions.   แผ่น4วงกลองล้านนาLannaPercussionMusic นักดนตรีผู้บรรเลงวงเต่งถิ้ง(พ.ศ.2537) นายระเด่นดวงเดชา–กลองเต่งถิ้ง นายอุดมดวงเดชา  -กลองป่งโป้ง นายหมื่นจันตะนา–แนหน้อย นายอดุลย์ดวงเดชา–แนหลวง นายบุญเชิดฃำวัง–ระนาดเอก นายประเสริฐไชยวัณณ์–ระนาดทุ้ม นายสุพจน์ฃำวัง–ระนาดเหล็ก นายอินทรัตน์มูลชัยลังการ์–ฆ้องวงใหญ่ นายประดิษฐ์ดวงเดชา–ฆ้องวงเล็ก นางวรรณาจันตะนา–ฉาบ นายอินถาไชยวรรณ–ฉิ่ง ถิ้งบอม นายชายชัยชนะ(ประสานงาน)–กลอง นายเนตรพันธ์ชัยศรี -กลอง นายธวัชชัยเทพวงศ์–กลอง นายชีพชัยชนะ-กลองตัด นายประเสริฐสุวรรณปัญญา–ฉาบ นายสนั่นธรรมธิ(ประสานงาน)–ฉาบล่อ นักดนตรีวงกลองต่างๆ มองเซิง นายเนตรพันธ์ชัยศรี–กลองมองเซิง นายเอนกพันธ์ชัยศรี–ฉาบ ปู่เจ่ นายชายชัยชนะ–กลองปู่เจ่ นายมานพ(พัน)ยารณะ–ฉาบ ตึ่งนง นายชีพชัยชนะ–กลองแอว นายชายชัยชนะ–กลองตะหลดปก นายประเสริฐสุวรรณปัญญา–ฉาบ นายอินทรัตน์มูลชัยลังการ์–แนหน้อย นายอดุลย์ดวงเดชา–แนหลวง สะบัดชัย นายสนั่นธรรมธิ–กลองสะบัดชัย นายมานพ(พัน)ยารณะ–ฉาบ จัดทำโดย สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ TheCenterforthePromotionofArtsandCulture,ChiangMaiUniversity สนับสนุนโดย ดร.สันติพงษ์พันธ์เดชาประธานกรรมส่งเสริมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ Dr.SantiPongpandecha,ChirmanofChiangMaiUniversityPromotionCommittee การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานภาคเหนือเขต1 TourismAuthorityofThailand:Northoffice,Region ผลิตและเผยแพร่(ครั้งที่4)เมษายนพ.ศ.2548
เผยแพร่เมื่อ 21 เมษายน 2563 • การดู 3,099 ครั้ง
ดนตรีสะล้อ-ซึง วงนาคทันต์เชียงใหม่ บรรเลง แผ่น 3
ดนตรีสะล้อ-ซึง วงนาคทันต์เชียงใหม่ บรรเลง แผ่น 3

ดนตรีสะล้อ–ซึง วงนาคทันต์เชียงใหม่บรรเลง TraditionalNorthernThaiMusicแผ่น3 สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่   ตั้งเชียงใหม่ ตั้งเชียงใหม่เป็นชื่อทำนองสำหรับประกอบการขับซอ(เฉพาะที่ใช้วงปี่ชุม)ทำนองแรกก่อนทำนองอื่นใดทั้งหมดและเมื่อขับซอทำนองต่อไปคือ“ชาวปุ”จะใช้ทำนองเชียงแสนเป็นทำนองเชื่อมเรียกว่า“กลายเชียงแสน” ชาวปุ ชาวปุหรือที่เรียกกันว่า“จะปุ”เป็นทำนองที่สองที่ช่างซอใช้ขึ้นบทซอรับจากทำนองเชียงแสน ละม้าย ละม้ายเป็นทำนองที่ช่างซอใช้ประกอบการซอเป็นทำนองที่สาม เพลงตั้งเชียงใหม่ชาวปุและละม้ายปกติใช้วงปี่ชุมบรรเลงการนำวงสะล้อ-ซึงมาบรรเลงในครั้งนี้นับเป็นงานสร้างสรรค์ที่ทำให้ท่วงทำนองเพลงได้อรรถรสแปลกออกไป น้อยไชยา เพลงน้อยไชยาทำนองเดิมคือ“ล่องน่าน”เมื่อแต่งคำซอเรื่องพระลอโดยอาศัพทำนองนี้จึงเรียก”พระลอ”ต่อมาเมื่อพระราชชายาดารารัศมีโปรดให้ท้าวสุนทรพจนกิจแต่งคำซอเรื่องน้อยไชยาขึ้นโดยใช้ทำนองนี้โดยเฉพาะตอนไชยาและแว่นแก้วนัดพบกันที่ห้วยแก้วและเพื่อให้สอดคล้องกับการฟ้อนในฉากนี้จึงมีนักดนตรีฝีมือดีแต่งสร้อยเพลง(Introduction)ก่อนการขับซอทำนองนี้จึงนิยมเรียกชื่อทำนองอีกชื่อหนึ่งคือ“น้อยไชยา” ซอเงี้ยว ซอเงี้ยวเป็นทำนองที่ใช้ประกอบในการขับซออีกทำนองหนึ่งซึ่งนิยมขับซอในเนื้อหาเศร้าสลดปัดเคราะห์อวยชัยให้พรและอำลาเจ้าภาพ ซอน่าน ซอน่านเป็นทำนองสำหรับการขับซอแบบเมืองน่านช่างซอส่วนใหญ่นิยมใช้ซอดำเนินเรื่องทำนองที่บรรเลงนี้แบ่งเป็น3ท่อนท่อนแรกสำหรับขึ้นต้นก่อนขับซอท่อนที่สองเป็นดนตรีประกอบการขับซอและท่อนที่สามสำหรับเชื่อมรับบทใหม่ ลับแล ลับแลเป็นทำนองเพลงที่ใช้ประกอบการขับซอเมืองน่านจากการให้สัมภาษณ์ของนายไชยลังกาเครือเสนศิลปินแห่งชาติครูซออาวุโสของจังหวัดน่าน(2448-2535)บอกว่าท่านเป็นเป็นผู้นำทำนองนี้มาจากอำเภอลับแลจังหวัดอุตรดิตถ์แล้วคิดเนื้อใส่ทำนองและถ่ายทอดแก่ลูกศิษย์ ชื่อเพลงบางแห่งเรียก“ลับแลง”ตามชื่อเดิมของเมืองลับแลสำหรับช่างซอโดยเฉพาะในจังหวัดเชียงใหม่เรียกทำนองนี้ว่า“ล่องน่าน”สาเหตุคงเป็นเพราะเห็นว่ามาจากเมืองน่าน เสเลเมา เสเลเมาเป็นทำนองเพลงที่ตัดตอนมาจากทำนองซอ“เงี้ยวลา”กล่าวคือตัดตอนเอาเฉพาะท่อนที่หนี่งมาเท่านั้นที่ได้ชื่อเสเลเมาเพราะคำร้องมักขึ้นต้นด้วยคำว่า“เสเลเมา”   TraditionalNorthernThaiMusicDisc3Producedby:TheCenterforthePromotionofArtsandCulture,ChiangMaiUniversity Supportedby:Dr.SantiPongpandecha,ChairmanofChiangMaiUniversityPromotionCommittee -TourismAuthorityofThailand:Northernoffice,Region1 "TangChiangMaior"StartingfromChiangMai" ThisisasongwithoutoriginallyricattachedandisusedaspartofaNorthernThaimusicaldramacalledso. ChaoPu Alsoknownas"Cha-pu,"thissongisusedtoaccompanytheintroductoryrecitationinthesomusicaldrama. Lamai Thisisthethirdpieceofthesuiteusedtoaccompanythemusicaldramaso.Heretheadditionofsaloandsueng,twotypesofLanNastringinstrument,givesadistinctiveflavourtothesongwhichisusuallyplayedsolelyonwindinstruments. Noi-Chaiya Noi-ChaiyaisthenameofaheroinamusicalplaysupportedbyPrincessDararatsami,theroyalconsortofKingRamaV.ThaoSunthonphotchanakitwrotethelyricstothesongusingtheoriginalmelodyofLongNan. SoNgiao Accompanyingthesomusicaldrama,thissongisoftenusedtoemphasizesorrowandtogiveblessings. SoNan Thisisthelastpieceofathree-piecesuiteusedinthesomusicaldramainNanprovince. Lap-lae Lap-laeisthenameofadistrictinUttraraditprovincewhereMr.ChailangkaKhruea-sen,anationalartistfromNan,discoveredthesong.Thissongisalsousedaspartofthesomusicaldrama. Se-le-mao Thissongisnamedafterthelyricsthatbeginwiththeword'Se-le-mao."Itistakenfrompartofthesuiteusedintheso. ดนตรีสะล้อ-ซึง วงนาคทันต์เชียงใหม่บรรเลงแผ่น3 TraditionNorthernThaiMusic นักดนตรีวงนาคทันต์เชียงใหม่(2537) ภานุทัตอภิชนาธง(หัวหน้าวง)–ขลุ่ยสะล้อหน้อยซึงหลวง อุดมหลีตระกูล–สะล้อหน้อยกลองสะล้อกลาง ลิปิกรมาแก้ว–สะล้อกลางซึงหลวง สมบูรณ์กาวิชัย–ซึงกลางสะล้อกลางซึงหน้อย วีณาครุฑเงิน–ซึงหน้อยซึงหลวง ธนานนท์ลิขิตอนุรักษ์–ซึงหลวง วรพันธ์แสนเขียววงศ์–กลอง ฉัตรณรงค์รัตรวงศ์–ฉิ่ง ณฐพงศ์งามระเบียบ–ฉาบซึงหลวง สนั่นธรรมธิ(ควบคุมวง)–ซึงหน้อย จัดทำโดย สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ TheCenterforthePromotionofArtsandCulture,ChiangMaiUniversity สนับสนุนโดย ดร.สันติพงษ์พันธ์เดชาประธานกรรมส่งเสริมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ Dr.SantiPongpandecha,ChirmanofChiangMaiUniversityPromotionCommittee การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานภาคเหนือเขต1 TourismAuthorityofThailand:Northoffice,Region ผลิตและเผยแพร่(ครั้งที่4)เมษายนพ.ศ.2548
เผยแพร่เมื่อ 21 เมษายน 2563 • การดู 1,395 ครั้ง
ดนตรีสะล้อ-ซึง วงนาคทันต์เชียงใหม่ บรรเลง แผ่น2
ดนตรีสะล้อ-ซึง วงนาคทันต์เชียงใหม่ บรรเลง แผ่น2

ดนตรีสะล้อ–ซึง วงนาคทันต์เชียงใหม่บรรเลง TraditionalNorthernThaiMusicแผ่น2 สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่   ผีมดกินน้ำมะพร้าว เพลงผีมดกินน้ำมะพร้าวเป็นเพลงบรรเลงที่ใช้ประกอบการฟ้อนผีโดยเฉพาะการฟ้อนผีมดเพลงนี้จะใช้บรรเลงขณะที่ร่างทรงกำลังดื่มน้ำมะพร้าวตามพิธีภายหลังนิยมนำไปบรรเลงในการฟ้อนผีอื่นๆเช่นฟ้อนผีเม็งผีเจ้านายผีเจ้าบ้านเป็นต้น ผีมดห้อยผ้า เพลงผีมดห้อยผ้าเป็นเพลงบรรเลงอีกเพลงหนึ่งที่ใช้ประกอบการฟ้อนผีมดโดยพาะในขณะที่ผู้ที่จะฟ้อนกำลังห้อยผ้าตามพิธีของการลงผี มวย เพลงมวยเดิมคือเพลงแขกบรเทศซึ่งประพันธ์ทำนองโดยพระประดิษฐ์ไพเราะ(ครูมีแขก)ชาวล้านนานำมาประกอบการชกมวยโดยบรรเลงในอัตราจังหวะ2ชั้นชั่วขณะที่นักมวยไหว้ครูและบรรเลงในอัตราจังหวะชั้นเดียวขณะที่นักมวยชกกันนอกจากนี้ยังนิยมบรรเลงประกอบการฟ้อนเชิงฟ้อนดาบและหอกอีกด้วย มอญลำปาง เพลงมอญลำปางเป็นเพลงบรรเลงที่ใช้ประกอบการฟ้อนผีเม็งของชาวลำปางซึ่งเรียกเพลงว่า”มอญเก๊าห้า”(มอญต้นหว้า)นายอุดมหลีตระกูลไปพบเมื่อปีพ.ศ.2536จึงนำมาเผยแพร่จนเป็นที่นิยมในเชียงใหม่และลำพูนจึงมีชื่อเรียกตามแหล่งที่มาว่า“มอญลำปาง” ปราสาทไหวยอง เพลงปราสาทไหวยองเป็นเพลงบรรเลงที่นิยมกันในเขตเมืองยองประเทศพม่าชาวไทยองแถบนั้นเรียกชื่อเพลงว่า“ปราสาทไหว”นายลิปิกรมาแก้วไปพบเมื่อปีพ.ศ.2536จึงนำมาเผยแพร่ในเชียงใหม่และเรียกชื่อตามแหล่งที่มาว่า“ปราสาทไหวยอง” กล่อมนางนอน เพลงกล่อมนางนอนเป็นเพลงบรรเลงของชาวล้านนาทั่วไปไม่ปรากฎที่มาและชื่อผู้แต่ง รำวงแม่ปิงกระต่ายลอยคอเปิดปราสาท เพลงทั้งสามจัดเป็นเพลงรำวงเทียบได้กับเพลงรำโทนของภาคกลางซึ่งเป็นที่นิยมในสมัยจอมพลป.พิบูลสงครามดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี   TraditionalNorthernThaiMusicDisc2 Producedby:TheCenterforthePromotionofArtsandCulture,ChiangMaiUniversity Supportedby:Dr.SantiPongpandecha,ChairmanofChiangMaiUniversityPromotionCommittee -TourismAuthorityofThailand:Northernoffice,Region1   PhiMotKinNam-ma-phraoor"AncestorSpiritDrinkingCoconutjuice" Thissongisusedtoaccompanytheancestorspiritdance,particularlywhenthespiritmediumsaredrinkingcoconutjuicebeforebeingpossessed. PhiMotHoiPhaor"AncestorSpiritHangingaCloth"Thisisanothersongusedtoaccompanytheancestorspiritdance. Muaior"Boxing' ThissongwascomposedbyLuangPraditPhairo,oneofthegreatestmasterofThaimusicinthe20thcentury.ItisusedbythepeopleofLanNatoaccompanytheboxingdanceaswellasothermartialartsdances. MonLampang ThisMon-accentedsonghasitsorigininLampang.DiscoveredandrevivedbyMr.UdomLeetrakunin1993,ithasbecomepopularinChiangMaiandLamphun. Prasat-waiYongor'YongMovingCastle" In1993Mr.LipikonMakaewmadeatriptoYong,acityoftheTaiLuepeopleinBurma,andbroughtbackthissong.Hepromoteditandnameditafterthecitywhereitoriginated.Klom-nong-nonor"ALullabytoInviteaLadytoSleep" ThisisasongoftheLanNapeoplethatiswidelyknown.Itsoriginisunknown. Ram-wongMae-ping,Kra-tailoykho,PoetPrasat PopularlyknownatthetimewhenFieldMarshalPhibunwasPrimeminister,thesethreepiecesareusedtoaccompanytheRam-wongorcircledance.   ดนตรีสะล้อ-ซึง วงนาคทันต์เชียงใหม่บรรเลงแผ่น2 TraditionNorthernThaiMusic นักดนตรีวงนาคทันต์เชียงใหม่(2537) ภานุทัตอภิชนาธง(หัวหน้าวง)–ขลุ่ยสะล้อหน้อยซึงหลวง อุดมหลีตระกูล–สะล้อหน้อยกลองสะล้อกลาง ลิปิกรมาแก้ว–สะล้อกลางซึงหลวง สมบูรณ์กาวิชัย–ซึงกลางสะล้อกลางซึงหน้อย วีณาครุฑเงิน–ซึงหน้อยซึงหลวง ธนานนท์ลิขิตอนุรักษ์–ซึงหลวง วรพันธ์แสนเขียววงศ์–กลอง ฉัตรณรงค์รัตรวงศ์–ฉิ่ง ณฐพงศ์งามระเบียบ–ฉาบซึงหลวง สนั่นธรรมธิ(ควบคุมวง)–ซึงหน้อย จัดทำโดย สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ TheCenterforthePromotionofArtsandCulture,ChiangMaiUniversity สนับสนุนโดย ดร.สันติพงษ์พันธ์เดชาประธานกรรมส่งเสริมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ Dr.SantiPongpandecha,ChirmanofChiangMaiUniversityPromotionCommittee การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานภาคเหนือเขต1 TourismAuthorityofThailand:Northoffice,Region ผลิตและเผยแพร่(ครั้งที่4)เมษายนพ.ศ.2548
เผยแพร่เมื่อ 21 เมษายน 2563 • การดู 757 ครั้ง
ดนตรีสะล้อ-ซึง วงนาคทันต์เชียงใหม่ บรรเลง แผ่น1
ดนตรีสะล้อ-ซึง วงนาคทันต์เชียงใหม่ บรรเลง แผ่น1

ดนตรีสะล้อ–ซึง วงนาคทันต์เชียงใหม่บรรเลง TraditionalNorthernThaiMusicแผ่น1 สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปราสาทไหว เพลงปราสาทไหวเป็นเพลงเก่าแก่ของล้านนาไม่ปรากฎชื่อผู้แต่งมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปบ้างในบางทิ้งถิ่นเช่นเพลงแห่เพลงแหย่งและเพลงลากเป็นต้น ฤาษีหลงถ้ำ เพลงฤาษีหลงถ้ำเป็นเพลงโบราณอีกเพลงหนึ่งของล้านนาไม่ปรากฎชื่อผู้แต่งทำนองเพลงที่มีแต่เดิมนั้นมีจังหวะลงตัวแบบล้านนาหากำม่เอาหน้าทับกลองในอัตราจังหวะสองชั้นของดนตรีไทยมาจับเพราะหากเอาเกณฑ์ของดนตรีมาจับจะขาดหน้าทับไปจังหวะต่อมาเจ้าสุนทรณเชียงใหม่เห็นว่าควรเพิ่มเติม จึงเพิ่มตรง----รฟซฟดจากครั้งเดียวเป็น2ครั้งเป็น---รฟซฟด---รฟซฟด พม่า เพลงพม่าเป็นทำนองเพลงที่ใช้บรรเลงประกอบการขับซอชื่อเพลงบางแห่งเรียกเพลง”เจ้าสุวัตร”หรือ”นางบัวคำ”สาเหตุเพราะท้าวสุนทรพจนกิจแต่งบทซอเรื่อง“เจ้าสุวัตร-นางบัวคำ”โดยใช้ทำนองนี้ พระลอเลื่อน เพลงพระลอเลื่อนหรือบางแห่งเรียก“ล้อเลื่อน”เป็นเพลงเดียวกับเพลง“นาคบริพัตร”ซึ่งแต่งโดยครูเทวาประสิทธิ์พาทยโกศลเมื่อชาวล้านนานำมาบรรเลงทำให้สำเนียงออกทางล้านนาซึ่งมิได้ผิดเพี้ยนจากของเดิมมากนัก ปุมเหม้นหรือปุมเป้ง เพลงปุมเหม้นหรือปุมเป้งไม่ปรากฎนามผู้แต่งเพลงนี้มีท่วงทำนองคล้ายครึงกับเพลงมากโดยเฉพาะหมากตัดช่วงดลซม–รดซดรม–ซ-ลดลซมออกจะมีความคล้ายครึงจนอาจกล่าวได้ว่าเป็นเพลงเดียวกันเลยทีเดียวเพลงนี้ยังเป็นความสับสนเรื่องชื่อเพลงอยู่บางแห่งเรียก“ขงเบ้ง”“ปุ๋มเปง”ฯลฯ แห่หน้อย เพลงแห่หน้อยเป็นเพลงบรรลงที่มีทางเพลงคล้ายเพลงปราสาทไหวนิยมบรรเลงแพร่หลายในเขตอำเภอเชียงของจังหวัดเชียงรายชมรมพื้นบ้านล้านนาสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้นำมาเผยแพร่เมื่อพ.ศ.2527จนเป็นที่นิยมในเขตจังหวัดเชียงใหม่และลำพูน รอบเวียง เพลงรอบเวียงเป็นทำนองเพลงที่มีสำเนียงคล้ายเพลงล่องแม่ปิงไม่ปรากฎนามผู้แต่งเพลงนี้มีชื่อเรียกต่างกันออกไปเช่นมอญคำมอญดำสร้อยเวียงพิงค์กล่องนางนอนและลาวเดินดงเป็นต้นเพลงรอบเวียงแต่เดิมมีท่อนเดียวต่อมามีผู้แต่งเพิ่มอีก2ท่อนและเรียกชื่อว่า“แหย่งลำพูน” ล่องแม่ปิง เพลงล่องแม่ปิงเป็นทำนองเพลงที่ไพเราะอ่อนหวานไม่ปรากฎนามผู้แต่ง ปั่นฝ้าย เพลงปั่นฝ้ายเป็นทำนองประเภทการขับซอทำนองหนึ่งของเมืองน่านผู้แต่งคือนายไชยลังกาเครือเสนช่างซอศิลปินแห่งชาติ(2448-2535)โดยปรับปรุงจากเพลงรำวงโบราณชื่อเพลง“ชักใบ”ต่อมาเจ้าสุนทรณเชียงใหม่ได้แต่งท่อนที่สองเพิ่มเติมอีกเพลงปั่นฝ้ายทางบรรเลงจึงมีสองท่อนปัจจุบันเพลงนี้นิยมใช้บรรเลงประกอบการฟ้อนสาวไหม กุหลาบเชียงใหม่ เพลงกุหลาบเชียงใหม่เป้นเพลงที่มีท่วงทำนองอันไพเราะและอ่อนหวานอีกเพลงหนึ่งไม่ปรากฎนามผู้แต่ง อื่อ อื่อเป็นทำนองโบราณของล้านนาใช้ประกอบการขับซอไม่ปรากฎชื่อผู้แต่งเพียงแต่สันนิษฐานกันว่ามีวิวัฒนาการมากจากเพลงกล่อมเด็กนิยมใช้ประกอบการขับซอในเนื้อหาพรรณาทั่วไปตลกขบขันและอวยชัยอวยพรทำนองนี้นิยมเล่นในวงปี่ชุมและวงสะล้อ-ซึงโดยทั่วไปจังหวะเพลงนี้ลงจังหวะแบบล้านนาแต่หากเอาหน้าทับกลองในอัตราสองชั้นแบบดนตรีไทยมาจับจะไม่ลงจังหวะ   TraditionalNorthernThaiMusicDisc1 Producedby:TheCenterforthePromotionofArtsandCulture,ChiangMaiUniversity Supportedby:Dr.SantiPongpandecha,ChairmanofChiangMaiUniversityPromotionCommittee -TourismAuthorityofThailand:Northernoffice,Region1   "Prasat-waior"MovingCastle" ThisisanoldLanNasongwhoseoriginisunknown.ItiswidelypopularinallupperNorthernThaiprovinceswithvariationsofnamesineachlocality.Thissongisusuallyplayedondifferentoccasionsandoftenatfuneralrites. "RuesiLongThamor"AHermitlostinaCave" ThisisanotheroldNorthernThaisongbyananonymouscomposer. "PhamaorBurma” ComposedwithaBurmeseaccent.ThissongisusedtoaccompanyaNorthernThaidramaticplaycalledso. Phralo-luean KnowninCentralThailandas"NakBoriphat."ThissongisplayedonNorthernThaimusicalinstrumentsretainingtheoriginalmelody. Pum-menorPum-peng ThisisalsoanotheroldandanonymousLanNacomposition. Hae-noi ThisisoriginallyasongwidelyknowninChiangKhongDistrict,ChiangRaiProvince.LaterChiangMaiUniversitystudents'NorthernThaiMusicandDanceclubplayedandpromotedsuccessfullymakingitpopularinChiangMaiandLamphun.ThemelodyisverysimilartothatofPrasat-wai. Rop-wiangor"AroundTown" Althoughthecomposerisanonymous.ItisevidentthatthisisLao-accentedsongknownelsewherebydifferenttitles. LongMaePingor"DownthePingRiver" ThisisanothersongintheLaotianstyleandisanonymous. PanFaior"CottonYarnSpinning" Mr.ChailangkaKhruea-sen,anationallyrecognizedartist,composedthissongusingtheancienttuneknownas'ChakBai."ThissongwasoriginallyusedaspartofmusicaldramainNanprovince.Atthepresenttimeitisusedtoaccompany'FonSaoMai'ortheCottonYarnDrawingDance. KulapChiangMaior'RoseofChiangMai" ComposedintheLaotianstylebyanunknownartist,thissongisplayedataslowtempoexpressingromanticandsweetqualities. Ue Despiteitsunknownorigin,thissongisbelievedtohavederivedfromalullabywhichwaspopularintheoldtimes.Todayitisplayedonauspiciousoccasions.   ดนตรีสะล้อ-ซึง วงนาคทันต์เชียงใหม่บรรเลงแผ่น1 TraditionNorthernThaiMusic นักดนตรีวงนาคทันต์เชียงใหม่(2537) ภานุทัตอภิชนาธง(หัวหน้าวง)–ขลุ่ยสะล้อหน้อยซึงหลวง อุดมหลีตระกูล–สะล้อหน้อยกลองสะล้อกลาง ลิปิกรมาแก้ว–สะล้อกลางซึงหลวง สมบูรณ์กาวิชัย–ซึงกลางสะล้อกลางซึงหน้อย วีณาครุฑเงิน–ซึงหน้อยซึงหลวง ธนานนท์ลิขิตอนุรักษ์–ซึงหลวง วรพันธ์แสนเขียววงศ์–กลอง ฉัตรณรงค์รัตรวงศ์–ฉิ่ง ณฐพงศ์งามระเบียบ–ฉาบซึงหลวง สนั่นธรรมธิ(ควบคุมวง)–ซึงหน้อย จัดทำโดย สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ TheCenterforthePromotionofArtsandCulture,ChiangMaiUniversity สนับสนุนโดย ดร.สันติพงษ์พันธ์เดชาประธานกรรมส่งเสริมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ Dr.SantiPongpandecha,ChirmanofChiangMaiUniversityPromotionCommittee การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานภาคเหนือเขต1 TourismAuthorityofThailand:Northoffice,Region ผลิตและเผยแพร่(ครั้งที่4)เมษายนพ.ศ.2548
เผยแพร่เมื่อ 21 เมษายน 2563 • การดู 2,759 ครั้ง