เรือนกาแล(พญาวงศ์)

 

เรือนพญาวงศ์ เป็นชื่อที่ได้มาจากเจ้าของเรือนคือ พญาวงศ์  นายแคว่นหรือกำนันแห่งบ้านสบทา แขวงปากบ่อง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน เรือนหลังนี้ปลูกสร้างโดยลูกเขยของพญาวงศ์ ชื่อว่า  พญาอุด ซึ่งเป็นนายแคว่นบ้านริมปิง ได้สร้างเรือนหลังนี้ให้กับพญาวงศ์เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2440 เมื่อพญาวงศ์เสียชีวิตลงก็ไม่มีผู้สืบทอดหรืออาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ต่อ จนกระทั่ง พระครูเวฬุวันพิทักษ์ (เขื่อนคำ อตฺตสนฺโต) เจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทตากผ้าและเจ้าคณะอำเภอป่าซางในขณะนั้น ได้พบเห็น จึงได้ติดต่อขอซื้อเรือนแล้วทำการรื้อย้ายมาปลูกสร้างไว้ที่วัดสุวรรณวิหาร บ้านแม่อาว ตำบลนครเจดีย์ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน ซึ่งท่านก็เป็นเจ้าอาวาสของวัดนี้ด้วยอีกแห่งหนึ่ง  จากนั้น นายแฮรี่ วอง ชาวสิงค์โปร์ได้ซื้อไว้ จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2541 มูลนิธิ ดร.วินิจ–คุณหญิงพรรณี วินิจนัยภาค ได้สนับสนุนการรื้อถอนและมอบเรือนหลังนี้ให้แก่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

เรือนพญาวงศ์ เป็นเรือนไม้ใต้ถุนสูงมุงด้วย “ดินขอ” หลังคาทรงจั่วแฝด หรือ “สองหลังร่วมพื้น” ยอดจั่วมี     “กาแล” เป็นไม้แกะสลักยื่นเลยจากป้านลมวางไขว้กันอยู่  จึงทำให้มีชื่อเรียกว่า  “เรือนกาแล”  ซึ่งเป็นเรือนล้านนาดั้งเดิมที่นิยมทำในช่วงประมาณ 100 ปีที่แล้ว ทั้งนี้ฝาเรือนพญาวงศ์ก็เป็นแบบล้านนาโบราณที่ทำเป็นฝาผายออกเพื่อรองรับน้ำหนักโครงสร้างหลังคาที่ป้านและลาดต่ำ ลักษณะการแบ่งพื้นที่ใช้สอยประกอบด้วย  4  ส่วน  คือ  “ชาน” อยู่ด้านหน้าของเรือนพร้อมบันไดทางขึ้น  เป็นส่วนที่เปิดโล่งไม่มีหลังคาคลุม  มีขนาดพื้นที่  1 ใน 3  ของตัวเรือนทั้งหมด  ถัดจากชานเป็น “เฮือนนอน”  มีอยู่  2  หลังคู่กัน โดยเรือนด้านตะวันออกจะมีขนาดใหญ่กว่าเรือนด้านตะวันตกเล็กน้อย  เพราะความเชื่อของชาวล้านนาจะไม่สร้างจั่วเรือนให้มีขนาดเท่ากัน ดังนั้นเจ้าของเรือนจึงอาศัยอยู่ในเรือนใหญ่  ส่วนเรือนเล็กก็มักจะจัดให้เป็นห้องของลูกสาวที่แต่งงานแล้ว  เหนือประตูห้องนอนมี “หัมยนต์” ติดอยู่  ด้านหน้าเรือนนอนทั้งสองคือ “เติ๋น”  ทำเป็นพื้นที่เปิดโล่งให้เชื่อมต่อกับชาน  แต่ยกพื้นขึ้นสูงประมาณ 30  เซนติเมตร  ตรงกลางระหว่างเรือนแฝดมีทางเดินเชื่อมไปยังด้านหลังเรือน  ซึ่งมี “เฮือนไฟ”  เป็นเรือนเรือนขนาดเล็กวางแนวขวาง  ทำด้วยฝาไม่ไผ่สานขัดกัน  และมีบันไดทางขึ้นต่อจากชานหลังเรือน

 เดิมทีช่างได้สร้างเรือนพญาวงศ์ด้วยวิธีการเข้าลิ่มตอกสลักอย่างดีแทบไม่ปรากฏรอยตะปู อันเป็นความสามารถเชิงช่างในอดีต แต่ปัจจุบันผลจากการรื้อย้ายและการซ่อมแซมทำให้ปรากฏรอยตะปูให้เห็นบ้าง ยกเว้นบางส่วนที่ยังคงสภาพดี   จากรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของเรือนพญาวงศ์  จึงถือได้ว่าเป็นตัวอย่างของเรือนกาแลล้านนาที่สมบูรณ์หลังหนึ่ง  ที่ควรค่าแก่การศึกษาทั้งในด้านเทคนิคการสร้างและพื้นที่ใช้สอยภายในเรือน

 
รูปภาพ
เรือนกาแล(พญาวงศ์)
เรือนกาแล(พญาวงศ์)
เรือนกาแล(พญาวงศ์)
เรือนกาแล(พญาวงศ์)
เรือนกาแล(พญาวงศ์)
เรือนกาแล(พญาวงศ์)
เรือนกาแล(พญาวงศ์)
เรือนกาแล(พญาวงศ์)
เรือนกาแล(พญาวงศ์)
เรือนกาแล(พญาวงศ์)
เรือนกาแล(พญาวงศ์)
เรือนกาแล(พญาวงศ์)
เรือนกาแล(พญาวงศ์)
เรือนกาแล(พญาวงศ์)
เรือนกาแล(พญาวงศ์)
เรือนกาแล(พญาวงศ์)
เรือนกาแล(พญาวงศ์)
เรือนกาแล(พญาวงศ์)
เผยแพร่เมื่อ 16 ตุลาคม 2562 • การดู 258 ครั้ง
 
ย้อนกลับ